
สะพานสุกรนาคเสนีย์ Credit img from 50+
“สะพานใหม่” ไม่ได้เพิ่งสร้างใหม่ แต่คือสิ่งแทนระบอบใหม่
หากใครรู้จัก “ตลาดยิ่งเจริญ” ตลาดสดอันเป็นแหล่งรวบรวมและกระจายสินค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นของสดแล้ว เป็นอันต้องนึกถึง “สะพานใหม่” สะพานคอนกรีตอันเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่าง 3 เขต ของกรุงเทพฯ ด้านเหนือ คือ เขตสายไหม เขตบางเขน และเขตดอนเมือง ซึ่งนอกจากคำว่า สะพานใหม่ จะใช้เป็นชื่อเรียกเล่น ๆ ของสะพานแห่งนี้แล้ว ชื่อดังกล่าวก็ยังถูกนำมาใช้เป็นชื่อย่านแถบนั้นที่ชาวบ้านชาวช่องเรียกกันติดปาก โดยที่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าสะพานใหม่นี้เอง มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สะพานสุกรนาคเสนีย์” พลันให้นึกไปว่านามนี้เอามาจากไหน แล้วเกี่ยวอะไรกับหมูหรือไม่

สะพานแห่งนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับหมูแต่อย่างใด แต่กลับมีความสำคัญอย่างมากในแง่ของการเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้และอนุสรณ์สดุดีนายทหารผู้หนึ่งที่เสียชีวิตจากการพิทักษ์อุดมการณ์ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญจากฝ่ายกลุ่มอำนาจเก่าที่นิยมการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

นายทหารคณะราษฎร credit img from silpa-mag.com
หลายท่านที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองอาจทราบว่า หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นานนักประเทศเราเคยเกิดกบฏขึ้นซึ่งตั้งตนเป็นปฏิปักษ์การปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างกบฏบวรเดชที่ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกปราบปรามลงจากฝ่ายคณะราษฎร และในเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดช ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2476 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นานนี้ได้เกิดการพุ่งรบกันขึ้นระหว่างทหารฝ่ายคณะราษฎรและฝ่ายกบฏ โดยมีสมรภูมิที่สำคัญอยู่ที่บริเวณพระนครฝั่งด้านเหนือ ละแวกเขตสายไหมและเขตบางเขนในปัจจุบัน มีการเสียเลือดเสียเนื้อ และมีผู้บาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายคณะราษฎรสูญเสียทหารและตำรวจไปทั้งสิ้น 17 นาย ด้วยกัน โดยทั้ง 17 นายได้รับการจารึกและสลักชื่อในฐานะวีรบุรุษแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้เสียสละชีวิตในการปกป้องรัฐธรรมนูญ ลงบนอนุสาวรีย์ปราบกบฏหรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ อีกทั้งภายในอนุสาวรีย์ยังบรรจุอัฐิทหารและตำรวจทั้ง 17 นายไว้ด้วย

อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ
หนึ่งในนั้นคือนายทหารผู้ปกป้องรัฐธรรมนูญ คือ ร้อยโท ขุนศุกรนาคเสนีย์ (เจือ ศุกรนาค) นายทหารปืนใหญ่ผู้ซึ่งเสียชีวิตขณะทำการรบด้วยจากการถูกรถ ข.ต. (ข้างต่ำ) ตกรางรถไฟทับจนสิ้นชีวิตในที่สุด โดยมีการกล่าวถึงความสนิทสนมระหว่าง พ27 กับนายทหารท่านนี้ในหนังสือ พ27 สายลับพระปกเกล้าฯ ว่า “ฤทธิ์เดชตอร์ปิโดบก ของกองทัพฝ่ายเหนือครั้งนี้ ทำให้ทหารฝ่ายพระนครต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บไปหลายคน มีเพื่อนคนหนึ่งของข้าเพเจ้าต้องตายไปด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส ดังที่เคยเล่าไว้แล้วว่า เขาถูกรถ ข.ต.(ข้างต่ำ) ตกรางลงคว่ำทับกลางตัวท่อนล่างแบนติดอยู่กับพื้นดิน เขาร้องอ้อนวอนให้เพื่อนช่วยยิงเขาให้พ้นความทรมานเสียเร็วๆ แต่ก็ไม่มีใครใจอำมหิตพอจะฆ่าเขาได้—ทั้งๆที่รู้ว่าเขากำลังจะต้องตายแน่นอนอยู่แล้วก็ตาม เพื่อนผู้น่าสงสารนั้นคือ ร.ท. ขุนศุกรนาคเสนีย์ (เจือ ศุกรนาค) นายทหารปืนใหญ่ ผู้ซึ่งได้กอดคอร้องเพลงอยู่กับข้าพเจ้าในวันฉลองวันเกิดปีที่ 1 ของหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติ” เมื่อ 13 วันก่อนหน้านั้น….”
โดยในช่วงเวลาดังกล่าวฝ่ายรัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างมาก เนื่องจากทางฝ่ายกบฏงัดไม้เด็ด กระหน่ำยิงตอร์ปิโดบกเข้าโจมตีหลายต่อหลายครั้ง จนในท้ายที่สุดฝ่ายรัฐบาลสามารถพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบด้วยการใช้ปืนใหญ่เป็นยุทธปัจจัยหลักในการต่อสู้เอาชัย
มิเพียงแต่อนุสาวรีย์ปรากบฏเท่านั้นที่เป็นดั่งอนุสรณ์เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงวีรชนผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญทั้ง 17 นาย แต่ยังมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ชวนให้รำลึกถึงวีรชนเหล่านั้นอย่างเช่นการสร้างสะพานด้วย ซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการปราบกบฏอีกหลายแห่ง โดยในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 นอกจากมีการจัดพิธีรำลึกทหารและตำรวจที่เสียชีวิตในการปราบกบฏแล้ว (โดยปกติ หลังจากมีการสร้างอนุสาวรีย์แล้ว ทางรัฐบาลกำหนดให้วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันประกอบพิธีกรรมรำลึกถึงวีรชนทั้ง 17 นาย) ก็ได้มีการเปิดทางหลวง “ประชาธิปัตย์” จากกรุงเทพฯ ไปยังลพบุรี ซึ่งตามแนวทางหลวงสายนี้ได้มีการก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ข้ามลำน้ำสำคัญหลายแห่งและได้ขนานนามสะพานให้เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงนามของวีรชนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์กบฏบวรเดชที่มีคุณูปการย่างยิ่งในการรักษาระบอบประชาธิปไตย โดยมีทั้งสิ้น 7 สะพานด้วยกัน…สะพานศุกรนาคเสนีย์ เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งมีนามมาจากชื่อของ ร้อยโท ขุนศุกรนาคเสนีย์ (เจือ ศุกรนาค) โดยสะพานแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อข้ามคลองขุดใหม่เจริญบางเขน ที่ กม.21 ซึ่งสะพานแห่งนี้มีมาแต่เดิมก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งไม่ทราบปีแน่ชัด การสร้างสะพานศุกรนาคเสนีจึงเป็นการสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ และได้มีการปรับปรุงใหม่อีกหลายต่อหลายครั้ง ชาวบ้านบริเวณนั้นจึงพากันเรียกกันว่าสะพานใหม่มานับแต่นั้นจนติดปาก และดูเหมือนว่าจะมีน้อยคนมากที่จะทราบถึงนามอันแท้จริงของสะพานแห่งนี้ และดูเหมือนว่าจะไม่มีพิธีกรรมเฉลิมฉลองสะพานแห่งนี้เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของวีรชนอย่างนายร้อยโท ขุนศุกรนาคเสนีย์ แต่อย่างใดในปัจจุบัน
เนื่องในวันคล้ายวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตย หากมีเวลาว่างหรือไม่สะดวกเดินทางไปร่วมนิทรรศการของ (คณะ) ราษฎรในวันนี้ ก็อยากจะเชิญชวนให้ลองแวะเวียนไปที่สะพานใหม่แล้วรำลึกถึงวีรกรรมของนายทหารผู้ปกป้องรัฐธรรมนูญ ผู้ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปราบกบฏและช่วยทำให้ระบอบรัฐธรรมนูญสถิตสถาพร แม้วันนี้เราจะมีรัฐธรรมนูญที่ออกแบบโดยโจรปล้นอำนาจประชาชนก็ตาม
อ้างอิง
ณัฐพล ใจจริง. พระปกเกล้ากับกบฏบวรเดช: 80 ปี ของการก่อกบฏต่อต้านระบอบประชาธิปไตยศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 14 ฉบับที่ 12 ตุลาคม 2556.
ศรัญญู เทพสงเคราะห์. อนุสาวรีย์ปราบกบฏ กับการรำลึกวีรชนผู้พิทักษ์การปฏิวัติ พ.ศ. 2475.ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 14 ฉบับที่ 12 ตุลาคม 2556.
พโยม โรจนวิภาต (อ.ก. รุ่งแสง). พ27 สายลับพระปกเกล้า. กรุงเทพฯ: วสี เครเอชั่น, 2547
เครดิตข้อความจาก กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG
ภูมิหลัง: กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476
ต้นเหตุ / สาเหตุ
-
-
หลังการปฏิวัติ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลใหม่และคณะราษฎรเริ่มตั้งระบบการปกครองใหม่ แต่ก็เกิดแรงต้านในหลายด้าน ทั้งจากกลุ่มเจ้าหน้าที่เก่าหรือผู้ที่รู้สึกว่าตนเสียผลประโยชน์ และแนวคิดการเมืองที่ยังมีความไม่ลงรอยกันในสังคมไทยในยุคนั้น CAR Chulalongkorn University+2Pridi Institute+2
-
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช (อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม) เป็นแกนนำฝ่ายต่อต้าน ซึ่งใช้ชื่อฝ่ายตนเองว่า “คณะกู้บ้านกู้เมือง” (ฝ่ายกบฏ) โดยมีวัตถุประสงค์อ้างว่า “กู้ชาติ / คืนความสงบราชการ” กลุ่มนี้เรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงบางนโยบาย และโต้แย้งเรื่องการใช้อำนาจของคณะราษฎร เช่น ท่าทีต่อสถาบันกษัตริย์ อำนาจอธิปไตย ฯลฯ Silpa Mag+3luehistory.com+3Pridi Institute+3
-
ข้อเรียกร้องสำคัญคือ “หลักความมุ่งหมาย 6 ประการ” ที่ฝ่ายกบฏประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2476 luehistory.com
-

พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช credit img from kingprajadhipokmuseum.com
เหตุการณ์สำคัญ / การยึดเมือง
-
กบฏบวรเดชเริ่มขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2476 โดยกองกำลังฝ่ายกบฏเคลื่อนเข้ายึดพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ เช่น ดอนเมือง บางเขน บางพื้นที่ฝั่งเหนือของพระนคร Pridi Institute+3Silpa Mag+3democracylearningcenter.kingprajadhipokmuseum.com+3
-
มีการสู้รบในเขตบางเขน–สายไหม–ดอนเมืองเป็นสมรภูมิสำคัญ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อเข้าพระนคร ฝ่ายรัฐบาลประกาศกฎอัยการศึกและส่งกำลังทหารเข้าปราบปรามกบฏ Pridi Institute+3wiki.kpi.ac.th+3Pridi Institute+3
-
ในการสู้รบ ฝ่ายรัฐบาล (คณะราษฎร) เสียทหาร ‒ ตำรวจ ไปหลายราย (รวม 17 นายที่ถูกจารึกเป็นวีรชน) Pridi Institute+3Pridi Institute+3Pridi Institute+3
-
ฝ่ายรัฐบาลในที่สุดสามารถปราบกบฏได้ โดยมีบทบาทสำคัญของการใช้ปืนใหญ่และยุทธศาสตร์หน้าอื่น ๆ รวมถึงการควบคุมการจราจรและแนวป้องกันในเขตเมือง luehistory.com+5Silpa Mag+5Pridi Institute+5
ผลลัพธ์ / ผลกระทบ
-
ฝ่ายกบฏล้มเหลว การปฏิบัติการต่อต้านถูกกดดันจนล่าถอย Pridi Institute+3wiki.kpi.ac.th+3luehistory.com+3
-
เหตุการณ์นี้ถือเป็น “สงครามกลางเมืองครั้งแรก” หลังการปฏิวัติ 2475 ด้วย แต่มีระยะเวลาไม่ยาวนัก wiki.kpi.ac.th+3luehistory.com+3มติชนออนไลน์+3
-
บางนักประวัติศาสตร์มองว่า กบฏบวรเดชไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางอาวุธ แต่เป็นการต่อสู้ทางอุดมการณ์ ระหว่าง “ระบอบใหม่” (คณะราษฎร) กับแนวคิดอนุรักษ์นิยม / ผู้ที่ต้องการรักษาอำนาจเดิม / การยึดถือบทบาทของสถาบันกษัตริย์ ฯลฯ Pridi Institute+2luehistory.com+2
-
เหตุการณ์นี้ยังส่งผลต่อสภาพการเมืองไทยในช่วงต่อมา เช่น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานสละราชสมบัติในปี พ.ศ. 2477 ในบางวิเคราะห์เชื่อมโยงกับการแผ่ขยายความขัดแย้งทางการเมืองในวงกว้างขึ้น มติชนออนไลน์+3CAR Chulalongkorn University+3luehistory.com+3
สะพานศุกรนาคเสนีย์ (“สะพานใหม่”)
เพื่อเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่คุณเล่า ผมสรุปข้อเท็จจริงที่พบได้ดังนี้:
-
ชื่ออย่างเป็นทางการ / ที่มา
สะพานแห่งนี้เรียกว่า สะพานสุกรนาคเสนีย์ ซึ่งมาจากชื่อของ ร้อยโท ขุนศุกรนาคเสนีย์ (เจือ ศุกรนาค) ผู้เสียชีวิตในการสู้รบในเหตุการณ์กบฏบวรเดชขณะปฏิบัติหน้าที่ฝั่งรัฐบาล Pridi Institute+4Pridi Institute+4Prachatai+4
ชุมชนมักเรียกกันว่า “สะพานใหม่” เพราะเป็นสะพานที่สร้าง/ปรับปรุงใหม่ขึ้นแทนสะพานเก่า และคำว่า “ใหม่” ติดปากคนแถบนั้นมานาน Pridi Institute+2วารสารเมืองโบราณ+2 -
ที่ตั้ง / บทบาททางภูมิศาสตร์
สะพานอยู่บนถนนพหลโยธิน ช่วง กม.21 ข้ามคลอง “คลองสอง” (ซึ่งบางเรียกว่าคลองถนน) ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ ในเขตบางเขน / สายไหม / ดอนเมือง Prachatai+4Prachatai+4Pridi Institute+4
สะพานนี้เป็นจุดเชื่อมสำคัญในภูมิภาคเหนือของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมต่อการสัญจรฝั่งเหนือเข้าพื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่อื่น ๆ Pridi Institute+2Pridi Institute+2 -
ความสัมพันธ์กับเหตุการณ์กบฏ / ความเป็นสัญลักษณ์
สะพานศุกรนาคเสนีย์จัดเป็นหนึ่งใน “7 สะพานในนามของคณะราษฎร” (หรือสะพานที่ตั้งชื่อตามวีรชนฝ่ายรัฐบาลที่เสียชีวิตในการปราบกบฏ) ซึ่งเป็นการ “เขียน” ประวัติศาสตร์ลงในผังเมือง และเป็นสัญลักษณ์การรำลึกถึงผู้ที่เสียสละในเหตุการณ์นั้น วารสารเมืองโบราณ+3Prachatai+3Pridi Institute+3
ชื่อสะพานจึงทำหน้าที่คล้าย “การจารึก” ให้คนในพื้นที่ไม่ลืมผู้ที่เสียชีวิตเพื่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย ซึ่งในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีการตั้งชื่อสะพาน ถนน ฯลฯ ตามวีรชนในคณะราษฎรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง วารสารเมืองโบราณ+3Pridi Institute+3Pridi Institute+3 -
สถานะปัจจุบัน / ปัญหาเรื่องการรำลึก
ถึงแม้สะพานจะตั้งชื่อตามวีรชนและเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเคยมีพิธีรำลึกหรือประกอบกิจกรรมทางการเมืองในชื่อสะพานนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึง “ความทรงจำที่ถูกละเลย” ในบางแง่มุมประวัติศาสตร์ไทย Pridi Institute+2Pridi Institute+2
นอกจากนี้ มีบทวิเคราะห์ว่าการตั้งชื่อ ถนนสะพาน ฯลฯ ในสมัยคณะราษฎรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางสัญลักษณ์ทางอำนาจ — บ่งชี้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “ชื่อ” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชุดความทรงจำทางการเมือง (political memory)