Friday, 17 July 2026

“สะพานร้องไห้” มรดกแห่งความอาลัย สู่การสืบสานพระมหากรุณาธิคุณ ร.5

16 Jul 2026
43

“แม้เวลาจะล่วงผ่านไปกว่าศตวรรษ แต่โบราณสถานแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งความอาลัยลึกซึ้งของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 5 ไม่เสื่อมคลาย”

คลองรอบกรุงตรงสามแยกเข้าคลองมหานาค แลเห็นภูเขาทองและสะพานมหาดไทยอุทิศ ถ่ายหลังสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เครดิตรูปภาพจาก anurakmag.com

ย้อนกลับไปในอดีต ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่ทรงเล็งเห็นว่าการคมนาคมทางบกจะเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ จึงทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างสะพานข้ามคลองมหานาค ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเส้นทางสัญจรที่ทันสมัยและยาวที่สุดแห่งหนึ่งของสยาม เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้ทราฟฟิกของผู้คนสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ทว่า… ก่อนที่การก่อสร้างจะทันได้เริ่มต้นขึ้น ในหลวงรัชกาลที่ 5 ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน นำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างที่สุดของคนทั้งชาติ ด้วยความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น จึงได้ร่วมใจกับเหล่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ รวบรวมเงินบริจาคส่งมอบให้กรมสุขาภิบาลดำเนินการจัดสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นมาจนสำเร็จ

2569-07-15 ปรับปรุงเทาสี-สะพานมหาดไทยอุทิศ

2569-07-15 ปรับปรุงเทาสี-สะพานมหาดไทยอุทิศ รูปดังกล่าวเป็นฝีมือของวิตโตริโอ โนวี ช่างแกะสลักชาวอิตาเลียน

เพื่อให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้บันทึกประวัติศาสตร์แห่งความสูญเสีย รูปแบบสถาปัตยกรรมจึงถูกเปลี่ยนโฉม จากเดิมที่จะประดับด้วย “ช่อชัยพฤกษ์” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งนิมิตหมายอันดี มาเป็น “ประติมากรรมพวงหรีดและรูปปั้นนูนต่ำ” ลวดลายจำลองความกำสรด เป็นรูปสตรีอุ้มเด็กในมือถือช่อดอกซ่อนกลิ่น และรูปผู้ชายจับไหล่เด็ก ซึ่งสะท้อนถึงหยาดน้ำตาและความอาลัยรักของราษฎร จนทำให้ผู้คนพากันเรียกขานสะพานแห่งนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า “สะพานร้องไห้” หรือ “สะพานมหาดไทยอุทิศ”

ในวันนี้… โบราณสถานที่มีอายุกว่า 100 ปีแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางสัญจรทางบกประวัติศาสตร์ที่ยังคงใช้งานอยู่ แต่กำลังได้รับการดูแลรักษาและแต่งแต้มความสดใหม่ผ่าน “ภารกิจปรับปรุงทาสี” เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ให้อยู่ในสภาพที่งดงาม สง่างาม สมกับเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความภักดี

แม้กาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปนานเท่าใด แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์จะยังคงสถิตอยู่ในใจ และได้รับการสืบสานรักษาให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย… ตราบนานเท่านาน