Wednesday, 10 June 2026

ปรับพื้นที่ใต้สะพานรัชวิภา รักษาเขตจตุจักร

21 May 2026
134
ปรับพื้นที่ใต้สะพานรัชวิภา รักษาเขตจตุจักร

ปรับพื้นที่ใต้สะพานรัชวิภา รักษาเขตจตุจักร

บันทึกหน้างานและคู่มือเทคนิค: ภารกิจปรับพื้นที่ใต้สะพานรัชวิภา และการแก้ปัญหาพื้นที่จำกัด

วันที่ปฏิบัติงาน: 21 พฤษภาคม 2569 (Day 2)

สถานที่: หน้างานปรับสภาพพื้นที่ใต้สะพานรัชวิภา (ความรับผิดชอบรักษาเขตจตุจักร)

ในการปฏิบัติงานโยธาเพื่อปรับสภาพภูมิทัศน์และพื้นดินใต้สะพานรัชวิภา สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการเครื่องจักรกลหนักให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ ทั้งเรื่อง “ปริมาตรการขนย้ายดิน” และ “อุปสรรคความสูงจำกัดใต้สะพาน”

ส่วนที่ 1: บันทึกกำลังพล ปริมาตรดิน และปัญหาอุปสรรคหน้างาน

1. เครื่องจักรขุดตักหลัก

  • รถขุดไฮดรอลิก Komatsu PC200: ใช้หัวตัก (Bucket) ขนาดมาตรฐาน ความจุประมาณ 0.8 $m^3$ ต่อการตัก 1 ปั้งกี๋ ทำหน้าที่ขุดรื้อ ปรับเกลี่ย และตักแต่งดินเข้ากระบะรถบรรทุก

2. สถิติการบรรทุกดิน (ต่อเที่ยว)

  • รถบรรทุกสำนักงานเขต (ไม่มีฝาท้าย): บรรทุกได้สูงสุด 6 ปั้งกี๋ (คิดเป็นปริมาตรดินหลวมประมาณ $6 \times 0.8 = \mathbf{4.8\text{ }m^3}$) เนื่องจากไม่มีฝาท้าย ทีมช่างจึงต้องควบคุมไม่ให้พูนเกินขอบกระบะ เพื่อป้องกันดินตกหล่นบนผิวจราจร

  • รถบรรทุกสำนักการโยธา (สนย.): บรรทุกได้เต็มพิกัด 8 ปั้งกี๋ (คิดเป็นปริมาตรดินหลวมประมาณ $8 \times 0.8 = \mathbf{6.4\text{ }m^3}$)

3. 🚨 ปัญหาอุปสรรคสำคัญหน้างาน (Site Constraints)

“พื้นที่ใต้สะพานรัชวิภามีความสูงจำกัด (Low Clearance) รถบรรทุกไม่สามารถยกดัมป์เพื่อเทดินหรือหินคลุกได้ตามปกติ เพราะกระบะจะติดคานโครงสร้างสะพาน”

แนวทางการแก้ไขปัญหาหน้างานของทีมช่าง:

  1. การถ่ายดัมป์นอกเขตจำกัดความสูง: ให้รถบรรทุกเทกองดิน/หินคลุกไว้ในจุดที่พ้นแนวคานสะพาน (จุดที่เปิดโล่ง) จากนั้นให้รถขุด PC200 หรือรถตักล้อยาง ทำหน้าที่ “เดินตัก-เดินต้อน” ลำเลียงเนื้อดินเข้าไปด้านในแทน

  2. การกวาดท้ายรถ (Rolling Out): ในจุดที่พอจะยกดัมป์ได้เล็กน้อย ให้พนักงานขับรถบรรทุกใช้วิธีแย็กดัมป์ขึ้นเพียงเล็กน้อยพร้อมกับเดินรถไปข้างหน้าช้าๆ เพื่อให้ดินไหลออกทางท้ายรถทีละนิด โดยมี PC200 คอยช่วยตะกุยแผ่ดินออกทันที ไม่ให้กองสูงจนติดท้องรถ

ส่วนที่ 2: การเลือกใช้รถบด HAMM 3410 vs 3410 P ในพื้นที่จำกัด

หลังจากขนย้ายและแผ่ดินปรับระดับด้วย PC200 แล้ว ขั้นตอนการบดอัดใต้สะพานต้องเลือกเครื่องจักรที่มิติผ่านได้ และเหมาะกับสภาพชั้นดินเดิม:

  • ข้อได้เปรียบด้านมิติ: รถบด HAMM ทั้งรุ่น 3410 (ล้อเรียบ) และ 3410 P (ล้อหนาม) มีความสูงรวมถึงหลังคาตู้แค็บอยู่ที่ 2.99 – 3.01 เมตร ซึ่งสามารถวิ่งลอดและทำงานใต้สะพานรัชวิภาได้โดยไม่ติดโครงสร้าง

การเลือกใช้งานตามสภาพดินหน้างาน:

  • HAMM 3410 (รุ่นล้อเรียบ): (น้ำหนัก 10.5 ตัน / หน้าล้อกว้าง 2.14 เมตร) เหมาะสำหรับบดอัดชั้นหินคลุก หรือดินปนทรายใต้สะพาน เพื่อสั่นสะเทือน (Vibration) ให้เม็ดดินเรียงตัวแน่น และหน้างานเรียบเนียนเสมอกัน

  • HAMM 3410 P (รุ่นล้อหนาม/ตีนแกะ): (น้ำหนัก 10.6 ตัน / ล้อหนาม 140 ปุ่ม สูง 10 ซม.) หากหน้างานใต้สะพานช่วงไหนเป็นดินเหนียวเดิมที่มีความชื้นสูง ต้องใช้รุ่นล้อหนามนี้ลงไป “กระทุ้งและนวดดิน” (Kneading Action) เพื่อรีดน้ำและอากาศออกจากชั้นดินเหนียว ให้ดินชั้นล่างแน่นตึง ไม่เกิดการทรุดตัวในอนาคต

สรุปภาพรวมการบริหารหน้างานรัชวิภา (Day 2)

  1. งานตัก-ขนย้าย: PC200 คุมระยะตัก (6 ปั้งกี๋สำหรับรถเขตไม่มีฝาท้าย / 8 ปั้งกี๋สำหรับรถ สนย.)

  2. งานลงวัสดุ: แก้ปัญหาดัมป์ติดคานสะพาน ด้วยการเทกองจุดเปิดโล่งแล้วใช้เครื่องจักรต้อนดิน หรือใช้วิธีแย็กดัมป์ไหลตามทาง

  3. งานบดอัด: ใช้ HAMM ซีรีส์ 10 ตัน (สูงประมาณ 3 เมตร ผ่านสบาย) โดยเลือก ล้อหนาม (3410 P) หากต้องสู้กับดินเหนียวชั้นล่าง และปิดท้ายด้วย ล้อเรียบ (3410) เพื่อให้ผิวหน้าเรียบตึงส่งงานได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ